Black Ribbon

กลุ่มตรวจสอบภายใน กรมปศุสัตว์
ให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญ ปฏิบัติงานตรวจสอบอย่างมืออาชีพเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

และเพิ่มคุณค่าช่วยกรมปศุสัตว์บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด

ค้นหา

🍀เงินยืมราชการ🍀

 

Q1: เงินยืม หมายถึงอะไร

A1: เงินยืม หมายถึง เงินที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานจ่ายให้กับบุคคลใดบุคคลหนิงในสังกัดยืม เพื่อไปใช้จ่ายดังต่อไปนี้
                             🌻1. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
                             🌻2. ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติราชการอื่น

Q2: เงินยืมมีการแบ่งแยกประเภทหรือไม่ เพราะในหน่วยงานบางครั้งก็เรียกว่า ยืมเงินทดรอง บางครั้งก็เรียกว่า ยืมเงินงบประมาณ

A2: เงินยืม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
                               🌻1. เงินยืมราชการ ซึ่งเป็นการยืมจากเงินงบประมาณรายจ่ายโดยหน่วยงานต้องวางฎีกาเบิกจ่ายเงินงบประมาณจากกรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดผ่านระบบ GFMIS การยืมใน กรณีนี้จะทําให้ยอดเบิกจ่ายในระบบ GFMIS ของหน่วยงานเพิ่มสูงขึ้น
                               🌻2. เงินยืมทดรองราชการ ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณที่กรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัดอนุมัติให้หน่วยงานมีวงเงินทดรองราชการไว้หมุนเวียนใช้จ่ายเพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติ งาน โดยหน่วยงานต้องทําสัญญายืมเงินกับกรมบัญชีกลางหรือคลังจังหวัด ตามวงเงินที่ได้รับ อนุมัติและหน่วยงานนําเงินทดรองราชการดังกล่าวมาให้บุคลากรในหน่วยงานยืมเพื่อเดินทาง ไปราชการ หรือเพื่อปฏิบัติราชการอื่นภายใต้หลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกําหนด การยืมเงิน ทดรองราชการในกรณีนี้จะยังไม่ผ่านระบบ GFMIS ทันที ดังนั้นยอดเบิกจ่ายในระบบ GFMIS จะยังไม่ปรากฏ แต่จะผ่านระบบ GFMIS ต่อเมื่อมีการนําใบสําคัญมาส่งใช้เงินยืม ทดรองราชการแล้ว และหน่วยงานได้วางฎีกาเบิกเงินงบประมาณจากระบบ GFMIS ออกมาเพื่อส่งใช้คืนเงินทดรองราชการต่อไป

Q3: การยืมเงินทั้ง 2 ประเภท มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการยืมแตกต่างกันอย่างไร

A3: การยืมเงินจาก เงินยืมราชการ (เงินงบประมาณ) และการยืมเงินจาก เงินทดรองราชการ (เงินนอกงบประมาณ) มีหลักเกณฑ์ในการยืมดังนี้
                               🌻1. เงินยืมราชการ สามารถยืมเพื่อไปปฏิบัติราชการเฉพาะงบรายจ่ายหรือรายการ ดังนี้ - ค่าจ้างชั่วคราว ค่าตอบแทน ใช้สอยวัสดุ
                                                ✿ ค่าไปรษณีย์
                                                ✿ เงินสวัสดิการการศึกษาบุตร/เงินเพิ่มค่าครองชีพลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่มีกําหนดเป็นงวดแน่นอนเป็นประจํา
                                                ✿ งบรายจ่ายอื่นที่จ่ายเช่นเดียวกันกับข้อ (1) (2) หรือ (3)
                               🌻2. เงินยืมทดรองราชการ สามารถยืมเพื่อไปทดรองจ่ายเฉพาะงบรายจ่าย ดังนี้

                                                ✿ งบบุคลากร เฉพาะค่าจ้างซึ่งไม่มีกําหนดจ่ายเป็นงวดแน่นอนเป็นประจํา แต่จําเป็น ต้องจ่ายให้ลูกจ้างแต่ละวันหรือแต่ละคราวเมื่อเสร็จงานที่จ้าง
                                                ✿งบดําเนินงาน ยกเว้น ค่าไฟฟ้า และค่าน้ําประปา
                                                ✿งบกลาง เฉพาะที่จ่ายเป็นเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร และเงินสวัสดิการ เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
                                                ✿งบอื่นที่จ่ายในลักษณะเช่นเดียวกับข้อ 1 หรือ 2
***เงินยืมทั้ง 2 ประเภทไม่อนุมัติให้ยืมไปใช้ในงบลงทุน เช่น การจัดซื้อครุภัณฑ์

Q4ส่วนราชการเจ้าของงบประมาณและหน่วยงานในสังกัดสามารถเก็บรักษาเงินทดรองราชการเป็นเงินสด ณ ที่ทําการไว้เพื่อสํารองจ่ายเท่าใด
A4:    1. ส่วนราชการผู้เบิกในส่วนกลาง ให้เก็บรักษาได้แห่งละไม่เกิน 100,000 บาท
        2. ส่วนราชการผู้เบิกในส่วนภูมิภาค ให้เก็บรักษาได้แห่งละไม่เกิน 30,000 บาท
        3. หน่วยงานย่อย ให้เก็บรักษาได้แห่งละไม่เกิน 10,000 บาท (ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ.2547)
Q5ขอทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุมัติให้ยืมเงิน
A5หลักเกณฑ์ที่ใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติให้ยืมเงินมีดังนี้
                               🌻1. ให้ยืมได้เฉพาะเท่าที่จําเป็น
                               🌻2. ห้ามให้ยืมเงินในครั้งใหม่ ถ้ายังไม่ได้ชําระหนี้ครั้งเก่าให้เสร็จสิ้นไปก่อน
                               🌻3. การยืมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร ให้ยืมได้ไม่เกิน 90 วัน หากจําเป็นต้องยืมมากกว่า 90 วันต้องขอตกลงกับ กระทรวงการคลัง
Q6: เมื่อผู้ยืมส่งใช้เงินยืม เจ้าหน้าที่ผู้รับคืนเงินยืมจะต้องออกเอกสารหรือหลักฐาน อะไรบ้างให้ผู้ยืมเพื่อยันได้ว่าผู้ยืมได้มีการส่งใช้คืนเงินยืมเรียบร้อยแล้ว

A6: เมื่อผู้ยืมส่งใช้คืนเงินยืมเจ้าหน้าที่ผู้รับเงินต้องดําเนินการ ดังนี้
                              🌻1. กรณีส่งใช้เงินยืมเป็นเงินสด ให้ออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้ยืมตามจํานวนที่ได้รับคืนเป็นเงินสด
                              🌻2. กรณีส่งใช้คืนเป็นใบสําคัญ ให้ออกใบรับใบสําคัญ
                              🌻3. เจ้าหน้าที่การเงินบันทึกรายการรับคืนเงินยืม

Q7: มีกําหนดระยะเวลาในการส่งใช้เงินยืมกรณียืมเพื่อเดินทางไปราชการกับกรณียืมเพื่อใช้จ่ายในการปฏิบัติราชการอื่นอย่างไรบ้าง

A7: 1. การส่งใช้คืนเงินยืมกรณีเดินทางไปราชการแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
                              🌻กรณีเดินทางไปประจําต่างสํานักงาน หรือการเดินทางไปราชการประจําในต่างประเทศ หรือกรณีเดินทางกลับภูมิลําเนาเดิมให้ส่งใช้เงินยืมภายใน 30 วันนับจากวันที่รับเงิน
                              🌻กรณีเดินทางไปราชการอื่น รวมทั้งการเดินทางไปราชการต่างประเทศชั่วคราว ให้ส่งใช้หนี้เงินยืม ภายใน 15 วันนับจากวันที่เดินทางกลับมาถึง

     2. การส่งใช้คืนเงินยืมกรณีปฏิบัติราชการอื่น ให้ส่งใช้เงินยืมภายใน 30 วันนับ จากวันที่ได้รับเงิน

Q8: ใครคือผู้ที่มีอํานาจอนุมัติการจ่ายเงินยืม
A8  1. ส่วนราชการส่วนกลาง : หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณหรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจ เช่น ผู้อํานวยการสํานักฯ ผู้อํานวยการกอง
       2. หน่วยงานสังกัดส่วนกลาง มีสํานักงานอยู่ในภูมิภาค : หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมาย
       3. ส่วนราชการในภูมิภาค : หัวหน้าส่วนราชการในภูมิภาค
Q9: เมื่อครบกําหนดส่งใช้คืนเงินยืมแล้ว แต่ผู้ยืมยังไม่ส่งใช้คืน จะมีมาตรการดําเนินการอย่างไร
A9: เจ้าหน้าที่การเงินผู้รับผิดชอบ ควรมีระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับ รายชื่อผู้ยืม จํานวนเงิน และวันครบกําหนด ส่งใช้เงินยืมเพื่อจัดให้มีระบบติดตามทวงถามให้ผู้ยืมส่งใช้คืนเงินยืมตามกําหนดที่ระบุไว้ในสัญญา หากครบกําหนดแล้วยังไม่ส่งคืนให้ทวงถามด้วยวาจา และควรให้รับส่งใช้คนภายใน 1 สัปดาห์ แต่หากยังไม่ส่งใช้คืนตามระเบียบการเบิกจ่ายเงิน จากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนําเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551 หมวด 5 ข้อ 63 กําหนดให้ผู้อํานวยการเรียกชดใช้เงินยืมตามเงื่อนไขในสัญญาการยืมเงินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกิน 30 วัน นับจากวันครบกําหนด