🍀ค่าใช้จ่ายในการบริหาร🍀
ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
| ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ |
| Q1 : ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ.2550 จะนํามาใช้กับลูกจ้าง ประจํา หรือลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการได้หรือไม่ เพราะ คําจํากัดความตามข้อ 4 ไม่ได้กล่าวถึง |
| A1 : ได้ เพราะตามระเบียบการจ่ายค่าจ้างลูกจ้างของส่วนราชการ พ.ศ. 2526 ข้อ 11 (1) กําหนดให้ใช้โดยอนุโลม ให้ลูกจ้างประจําและลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินใน งบประมาณสามารถเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ตามระเบียบที่กําหนด ไว้ได้ แต่หากเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินบํารุงให้เบิกจ่ายจากเงินบํารุง |
| Q2 : กรณีเจ้าหน้าที่มีความจําเป็นเร่งด่วนที่ต้องอยู่ปฏิบัติงานนอก เวลาราชการในวันทําการปกติมากกว่า 4 ชั่วโมง โดยต้องทํางาน ถึง 7 ชั่วโมง จะสามารถเบิกค่าตอบแทนปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ 7 ชั่วโมงตามที่ได้ ปฏิบัติจริงได้หรือไม่ |
| A2 : ไม่ได้ เพราะตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่า ตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ.2550 กําหนดไว้ว่าในวันทําการปกติให้เบิก ค่าตอบแทนนอกเวลาราชการได้ไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ 50 บาท ไม่เกินวันละ 200 บาท |
| Q3 : นาย ก. ได้รับอนุมัติให้อยู่ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการในวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันทําการปกติ ระหว่าง 16.30-19.15 น. จะคํานวณชั่วโมงการ ทํางานเพื่อเบิกเงินตอบแทนการปฏิบัติงานได้ในอัตราเท่าไร |
| A3 : จากการคํานวณชั่วโมงการทํางานของนาย ก. ได้ 2 ชั่วโมง 45 นาที ระยะเวลา ของการทํางานจะเบิกจ่ายได้เพียง 2 ชั่วโมง สําหรับเศษของชั่วโมงที่เหลือ 45 นาที ไม่ สามารถนํามาเบิกได้ เพราะระเบียบฯ กําหนดให้เบิกในอัตราเป็นชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น ค่าตอบแทนที่นาย ก. จะได้รับเป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง x 50 บาท = 100 บาท (หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าตอบแทนตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทน การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ พ.ศ. 2550) |
| Q4 : หากมีการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการในวันทําการปกติภายในวันเดียวกัน โดยปฏิบัติงานในช่วงเวลา 06.00 - 08.30 น. และปฏิบัติงานในช่วงเวลา 16.30 - 18.30 น. จะเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการได้ในอัตราเท่าใด |
| A4 : หากมีการขออนุมัติครอบคลุมในช่วงระยะเวลาที่อยู่ปฏิบัติงานนอกเวลา ราชการดังกล่าว ก็สามารถนําจํานวนชั่วโมงของทั้งสองช่วงเวลามาคํานวณรวมกันได้ จากกรณีนี้จะนับเวลาได้ 4 ชั่วโมง 30 นาที แต่จะเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา ราชการจํานวนได้เพียง 4 ชั่วโมง เป็นจํานวนเงิน 200 บาท โดยเศษของชั่วโมงที่เกินมา 30 นาที ไม่นํามาคิดคํานวณค่าตอบแทน เพราะระเบียบฯ ไม่ได้กําหนดไว้ว่าให้นําเศษของ ชั่วโมงมาคํานวณได้ กําหนดแต่เพียงว่าวันทําการปกติให้เบิกได้ไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง |
ค่าเบี้ยประชุมกรรมการ
| ค่าเบี้ยประชุมกรรมการ |
| Q1 : มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรว่า คณะกรรมการใดบ้างที่มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยประชุมกรรมการได้ |
| A1 : พระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547 กําหนดให้ คณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการ ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ ให้หมายถึง บุคคลต่อไปนี้
|
| Q2 : คณะทำงานที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการ / คณะอนุกรรมการ ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุม คณะทำงานดังกล่าวจะมีสิทธิเบิกค่าเบี้ยประชุมได้เช่นเดียวกับคณะกรรมการ หรืออนุกรรมการหรือไม่ |
| A2 : เบิกไม่ได้ เพราะพระราชกฤษฎีกาเบี้ยงเลี้ยงประชุมกรรมการ พ.ศ.2547 กำหนดให้จ่ายเฉพาะคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเท่านั้น ไม่ได้จ่ายให้คณะทำงาน |
| Q3 : การจ่ายค่าเบี้ยประชุมกรรมการ มีลักษณะ อะไรบ้าง |
| A3 : 2 ลักษณะ ได้แก่
🌻รองประธาน ให้ได้รับเพิ่มอีกครั้งละไม่เกิน 1 ใน 3 ของอัตราที่กรรมการ/ อนุกรรมการ ได้รับ |
ค่าประกันภัยทรัพย์สินของรัฐ
| ค่าประกันภัยทรัพย์สินของรัฐ |
| Q1 : หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการประกันภัยรถราชการมีอย่างไรบ้าง |
| A1 : หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการประกันภัยรถราชการ สรุปได้ดังนี้ 1. รถราชการที่สามารถจัดทําประกันภัยและเบิกค่าใช้จ่ายจากการประกันภัยได้ต้องเป็นรถราชการตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ.2523 และแก้ไขเพิ่มเติม โดยการทําประกันภัยแบ่งเป็น 2 ประเภท 🌻ประเภทภาคบังคับ กําหนดให้รถราชการทุกคนต้องจัดทําประกันภัยภาคบังคับ 🌻ประเภทภาคสมัครใจ ให้จัดทําได้โดยพิจารณาตามความจําเป็น ไม่เป็นภาระแก่หน่วยงาน 2. ส่วนราชการที่จะทําประกันภัยประเภทสมัครใจ ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ กลั่นกรองการจัดเอาประกันภัยทรัพย์สินของรัฐพิจารณาอนุมัติก่อนการเบิกจ่าย 3. การเบิกค่าใช้จ่ายสําหรับการทําประกัน เช่น เบี้ยประกันภัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณา 4. รถยนต์ที่ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดทําประกันภัยได้ คือ รถยนต์ที่สวนราชการ จัดหาโดยการเช่าตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2546 และรถยนต์ส่วนตัวของข้าราชการผู้มีสิทธิได้รถประจําตําแหน่งที่เลือกรับเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจําตําแหน่ง |
การจ้างเอกชนดำเนินงาน
| การจ้างเอกชนดำเนินงาน |
| Q1 : การจ้างเหมาบุคคลธรรมดาให้ปฏิบัติงานประจําสํานักงานเป็นรายเดือน หน่วยงานผู้ว่าจ้างต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมหรือไม่ |
| A1 : ไม่ต้องจ่ายสมทบ เพราะการจ้างเอกชนดำเนินงานของส่วนราชการ ไม่ถือเป็นการจ้างแรงงาน (หนังสือที่ กค. 0409.6/ว 86 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2548) |
| Q2 : การจ้างพนังานธุรการ เบิกในลักษณธจ้างเหมาบริการประจำเดือน สามารถจ่ายค่าจ้างพร้อมกับเงินเดือนข้าราชการได้หรือไม่ โดยโอนเงินเข้าบัญชีก่อนสิ้นเดือน 3 วันทำการ |
| A2 : ไม่ได้ แต่กรมบัญชีกลางอนุญาตให้ส่วนราชการทำการขอเบิกเงินจากคลังได้ตั้งแต่ 15 ของเดือน เมื่อมีการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว จึงจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างได้ |
| Q3 : กรณีการจ้างบุคคลภายนอกดำเนินงาน ประจำสำนักงานตำแหน่งต่าง ๆ กำหนดจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน ต้องให้ลงลายมือชื่อในบัญชีลงเวลามาปฏิบัติราชการ หรือการลาเหมือนราชการหรือไม่ |
| A3 : ไม่จำเป็น เพราะการจ้างงานในลักษณธนี้ผู้รับจ้างจะพิจารณาเพียงผลงานที่ได้เป็นไปตามข้อตกลง และทักภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งอาจใช้วิธีบันทึกเวลาการมา |
ค่าวัสดุ
| ค่าวัสดุ |
| Q1 : ข้าราชการที่ได้รับมอบหมายให้ไปเข้าร่วมงานพิธีต่าง ๆ ที่ระบุว่าต้องแต่งเครื่องแบบปกติขาว จะสามารถเบิกค่าเช่าเครื่องแบบดังกล่าวได้หรือไม่ |
| A1 : เบิกไม่ได้ เพราะเครื่องแบบข้าราชการเป็นวัสดุเครื่องแต่งกายที่ข้าราชการทุกคน จะต้องมีไว้ใช้อยู่แล้ว ไม่ใช่วัสดุเครื่องแต่งกายที่มีไว้ใช้ในส่วนกลางของสำนักงาน |
| Q2 : ขอทราบหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายค่าวัสดุเครื่องแต่งกายว่ามีหลักในการพิจารณาอย่างไร |
| A2 : กรมบัญชีกลาง กําหนดหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายค่าวัสดุเครื่องแต่งกาย ไว้ดังนี้ |
| Q3 : |
| A3 : |
| Q4 : |
| A4 : |
ค่าสาธรณูปโภค
| การจ้างเอกชนดำเนินงาน |
| Q1 : ปัจจุบันกระทรวงการคลังกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย (ค่าเช่าเลขหมายและค่าใช้บริการ) กรณีที่ส่วนราชการได้จัดหาโทรศัพท์มือถือโดยมอบให้ข้าราชการเป็นผู้ถือครอง อย่างไร |
| A1 : กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการเบิกค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือ (ค่าเช่าเลขหมายและค่าใช้บริการ) กรณีที่จัดหาและมอบให้ราชการเป็นผู้ถือครอง ดังนี้ (หนังสือด่วนที่สุด ที่ กค 0406/ว 39 ลงวันที่ 22 เมษายน 2551) |
| Q2 : ค่าบริการข้ามแดนอัตโนมัติที่เกิดจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มอบให้ข้าราชการถือครองสามารถเบิกได้หรือไม่ หากสามารถเบิกได้จะนําไป เบิกรวมกับค่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0406.4/ว 39 ลงวันที่ 22 เมษายน 2551 ใช่หรือไม่ หากไม่ รวมมีอัตรากําหนดว่าเบิกได้สูงสุดเท่าไร |
| A2 : ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2550 กําหนดในเรื่อง ของค่าบริการข้ามแดนอัตโนมัติ ให้ขออนุมัติหัวหน้าส่วนราชการเพื่อเปิดใช้บริการข้ามแดน อัตโนมัติโดยค่าใช้จ่ายในการเบิกใช้บริการให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง โดยไม่นํามารวม กับอัตราค่าใช้บริการที่กําหนดให้ข้าราชการผู้ถือครองมีสิทธิตาม ว.39 |
| Q3 : การจัดซื้อดวงตราไปรษณีย์ไว้สํารองใช้ในสํานักงาน ทราบมาว่า กระทรวงการคลังกําหนด ให้จัดซื้อได้ไม่เกินเดือนละ 100 บาท ปัจจุบันนี้หลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังยังต้องถือ ปฏิบัติอยู่หรือไม่ |
| A3 : กระทรวงการคลังได้กําหนดหลักเกณฑ์ใหม่ ตามหนังสือที่ กค 0409.6/ว 26 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาอนุญาตให้ ซื้อดวงตราไปรษณีย์ไว้สํารองใช้ได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจําเป็นแก่การปฏิบัติราชการ |
ค่าใช้สอยต่าง ๆ
| ค่าใช้สอยต่าง ๆ |
| Q1 : ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินค่าลงทะเบียนการฝึกอบรมของบุคลากรในสังกัด และการโอนเงินให้กับบุคลากรเป็น รายบุคคล เบิกได้หรือไม่ |
| A1 : เบิกไม่ได้ เพราะถือเป็นค่าใช้จ่ายของบุคลากรแต่ละคนต้องรับภาระเอง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ |
| Q2 : ปัจจุบันธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้เช็คจากหน่วยงานราชการ อยากทราบว่า ค่าธรรมเนียมการใช้เช็ค สามารถเบิกจ่ายได้หรือไม่ |
| A2 : เบิกได้ เพราะ เป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานตามภารกิจปกติของทุกส่วนราชการ (หนังสือด่วนที่สุด ที่ กค.0409.3/ว 241 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2550) |




กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมปศุสัตว์